วัน: พฤษภาคม 23, 2016

แนะเฟ้นหลักสูตรสอนดึงเด็กเรียน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78935-แนะเฟ้นหลักสูตรสอนดึงเด็กเรียน.html

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวตอนหนึ่งในเวทีการศึกษากับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย หัวข้อ “ทางเลือกของการเรียนรู้” จัดโดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันวิจัยระบบการศึกษา มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ว่า ประเทศไทยใช้ระบบการศึกษาทางเดียวมานาน ซึ่งพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มีหลักการที่ดีแต่ในทางปฏิบัติยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะการเรียนรู้ควรมีหลากหลายทางเลือกให้กับกลุ่มคนที่แตกต่างกัน เนื่องจากจุดอ่อนของผู้ที่จบการศึกษาในระบบของไทยคือทำงานไม่เป็น ไม่อดทน และไม่รับผิดชอบ หากรวบรวมผู้ที่มีศักยภาพในสังคมจัดตั้งเป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์เพื่อการ ศึกษาแบบไม่เป็นทางการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ พร้อมกับศึกษาถึงแนวทางที่จะปลดล็อกในเรื่องต่างๆ ด้านนางกนกพร สบายใจ รองเลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย เครือข่ายบ้านเรียน กล่าวว่า การจัดการศึกษาแบบบ้านเรียนได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเน้นการพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง ใน 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อช่วยลดช่องว่างการเรียนรู้ของโรงเรียนในระบบที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความ หลากหลายของผู้เรียนได้ ส่วนนายศิระพจต์ จริยาวุฒิกุล ผอ.วชช.สระแก้ว กล่าวว่า วิทยาลัยเปิดสอนระดับอนุปริญญาให้กับคนในชุมชน โดยหลักสูตรการสอนมาจากความต้องการของผู้เรียนที่ตรงกับแนวโน้มการมีงานทำใน ชุมชน เช่น โลจิสติกส์และการค้าชายแดน การสาธารณสุขชุมชน การเกษตรอินทรีย์ หรือภาษากัมพูชาเพื่อผู้ประกอบการ ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78935-แนะเฟ้นหลักสูตรสอนดึงเด็กเรียน.html
โฆษณา

ทุกข์ของคุณครู อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78936-ทุกข์ของคุณครู.html

เลาะเลียบคลองผดุงฯ ตุลย์ ณ ราชดำเนิน tulacom@gmail.com แล้วรายการนายกรัฐมนตรี พบเพื่อนครู คืนความสุขให้ครู คืนความสุขให้นักเรียน ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้ มีคุณครูกว่า 25,000 คนที่ตบเท้าเข้าร่วมงานพร้อมกับครู 720,000 คน ที่ชมการถ่ายทอดสดผ่าน ETV ในส่วนภูมิภาค เชื่อว่าน่าจะจบลงด้วยความชื่นมื่น ต้องถือเป็นความสำเร็จในการออกมาอธิบายความการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการ ศึกษา ประชารัฐ ของภาครัฐให้กระจ่าง และเป็นการดับข่าวลืออันอาจนำไปสู่กระแสให้เกิดแรงป่วนในกระทรวงศึกษาธิการ ที่เกิดขึ้น ในช่วงที่กำลังมีการเปลี่ยนผ่านตาม ม.44 ของ คสช.ก่อนหน้านี้ เท่าที่รับรู้สิ่งที่ยกขึ้นมากล่าวในวันนั้น ว่าไปแล้วก็เคยพูดกันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคุณภาพการศึกษาที่เกี่ยวโยงไปถึงการพัฒนาผู้เรียนให้มี ทักษะในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาแห่งสหัสวรรษ หรือแม้เรื่องสะเต็มศึกษา (STEM Education) คนในภาคปฏิบัติยังอยู่ในลักษณะแบ่งรับแบ่งสู้ ดูเชิง ใครจะอึดกว่ากัน หรือเรื่องคนไทยควรรู้ประวัติศาสตร์ไทย เรียนแล้วไม่มีงานทำ เรื่องการดูแลครู เด็กต้องอ่านออกเขียนได้ ครูเรียนรู้ไปพร้อมเด็ก ไปจนถึงเรื่องงบประมาณ คุยกันมากี่รอบแล้ว แถมวันนี้ ยังต้องคุยกันมากกว่าเดิมเสียอีก หรืออาจจะเป็นเพราะว่า คุยกันคนละเรื่องเดียวกัน แต่ก็พยักหน้าทำทีว่าเห็นเหมือนกัน แล้วต่างฝ่ายก็แยกย้ายกันกลับแบบสบายใจชั่วคราว ไม่มีข้อกำกับ ไม่มีตัวชี้วัด ผู้บริหารก็รอรับนโยบายใหม่ คุณครูก็กลับไปทำหน้าที่เหมือนเดิมกับ งานเดิมๆ การจะคืนความสุขให้ครูนั้น รัฐบาลเดินทางมาถูกจุดแล้ว แต่ยังเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ลูกศิษย์เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ ศิษย์ประพฤติตนในทางเสื่อมในสังคม ขาดความรู้ความภาคภูมิใจในความเป็นชาติของตนเอง นี่น่าจะเป็นเรื่องทุกข์ของคุณครู คุณครูส่วนใหญ่ไม่ได้ทุกข์เรื่องงบประมาณ เรื่องการดูแล พร้อมเปิดโลกทัศน์เรียนรู้ไปกับเด็กและพัฒนาตนเอง ด้วยการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพร้อมที่จะเดินหน้าไปพร้อมกับรัฐบาลตลอดมา ยืนยันจากรมว.ศธ.ช่วงแรกๆ ที่มาทำงานนั้น ครูมักถาม เพื่อตัวเองไม่ใช่เพื่อเด็ก วันนี้พบว่า ถามเพื่อตนเองลดลงมาก อย่างไรก็ตามหากทั่นจะเปลี่ยนเป็นฟังเสียงจากคุณครูให้มากกว่าผู้บริหาร รับรองว่าดีสุดๆ ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 23 พฤษภาคม 2559
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78936-ทุกข์ของคุณครู.html

แนะเรียนฟรี15ปีให้แค่จนรายได้ต่ำ1.5แสน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78937-แนะเรียนฟรี15ปีให้แค่จนรายได้ต่ำ1.5แสน.html

“สมพงษ์”มองรัฐควรกำหนด มาตรฐานใหม่ขีดเส้นแบ่ง/ไม่ควรปูพรมแจกทุกฐานะ “สมพงษ์” มองเรียนฟรี 15 ปีจะได้รับการสนับสนุนทุกรัฐบาลแม้ยังไม่มีกฎหมายลูก เพราะเป็นนโยบายประชานิยมที่เป็นประโยชน์ แต่ควรขีดเส้นแบ่งลำดับชั้นฐานะของผู้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ โดยให้สิทธิ์เฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อยกว่า 1.5 แสนบาทต่อปีเท่านั้น ไม่ควรปูพรมแจกให้คนทุกระดับ นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะออกประกาศกระทรวงเรื่องการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายถึง 15 ปี ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และจะมีการออกกฎหมายลูกตามมาภายหลังว่า คิดว่าพรรคการเมืองทุกพรรคจะต้องเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเรียนฟรี 15 ปีแน่นอน เพราะการสนับสนุนการเรียนฟรี 15 ปี ถือเป็นนโยบายประชานิยมที่เป็นประโยชน์ และการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้บรรจุเรื่องการเรียนฟรี 12 ปีไว้ในร่าง รธน. ก็เพราะพิจารณาจากงานวิจัย รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะจากนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษา ว่าควรให้ความสำคัญกับเด็กปฐมวัย ทั้งนี้ การสนับสนุนการศึกษาในระดับปฐมวัยจึงถือว่าเป็นการสร้างเด็กไทยรุ่นใหม่ เนื่องจากการศึกษาระดับปฐมวัยจะเป็นการสร้างความฉลาดทางการเรียนรู้ ความฉลาดทางอารมณ์ และในประเทศไทยมีกลุ่มเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้รับการศึกษาอยู่กว่า 40% ดังนั้น ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดจึงทำให้ต้องมีการพิจารณาใหม่ว่าควรจะให้การ สนับสนุนกับคนกลุ่มไหนบ้าง เพื่อเป็นการเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ “ในปัจจุบันเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องของการวางอนาคตเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ แต่หากเรายังใช้นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ที่ทำเหมือนการปูพรม ที่ทุกคนได้รับการสนับสนุนเท่ากันหมด ซึ่งเป็นวิธีที่จัดการง่าย ทำให้คุณภาพหรือประสิทธิภาพการศึกษาค่อนข้างกระท่อนกระแท่น ดังนั้น เราจะต้องช่วยเหลือให้ถูกจุด คือกลุ่มที่เข้าไม่ถึงการศึกษาปฐมวัย กลุ่มคนยากจน เป็นต้น เพื่อให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเต็มที่ และจะส่งผลให้เด็กมีโอกาสเข้าเรียนต่อ 22-25%” อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในร่าง รธน.ได้กำหนดเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุน ทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา ดังนั้นรัฐจะต้องพิจารณาและตั้งกองทุนให้ดี เช่น ครอบครัวที่ขึ้นทะเบียนรายได้ต่ำกว่า 150,000 บาท/ปี จะต้องได้รับสวัสดิการอะไรบ้าง และครอบครัวที่มีรายได้มากกว่า 150,000 บาท/ปี จะได้รับอะไรบ้าง เป็นต้น เพราะหากยังใช้วิธีการสนับสนุนที่เท่ากันหมด เด็กที่ครอบครัวอยู่ในฐานะดีก็จะได้รับการสนับสนุนเท่ากับเด็กครอบครัวฐานะ ยากจน “เด็กที่ครอบครัวฐานะดีจะได้หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับเด็กที่อยู่ในฐานะยากจน เดือดร้อนมากกว่า หากได้รับความช่วยเหลือดูแลนี้ก็จะมีความหมายต่อชีวิตของเขามากกว่าเด็กที่ มีฐานะดี” อาจารย์สมพงษ์กล่าว และว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ในปัจจุบันนี้การศึกษาปฐมวัยของเราก็ยังสะเปะสะปะอยู่ เอกภาพของเด็กปฐมวัยที่จะมาเป็นฐานของการสร้างชาติในรูปแบบใหม่ก็ยังไม่มี การกำหนด เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมสร้างเด็กที่ถูกทาง จึงคิดว่าเราควรวางเป้าหมายชาติที่ชัดเจน ให้เป็นตัวบอกว่าเด็กจบการศึกษามาแล้ว คุณลักษณะจะเป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ….. จะมีการลงประชามติในเดือนสิงหาคม 2559 หากมีการยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนี้ก็จะมีการพิจารณากฎหมายลูกตาม มา แค่กฎหมายลูกอันดับแรกที่คาดว่าน่าจะได้รับการพิจารณาก่อน ก็คือกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ถ้าหากรัฐบาล คสช.เน้นและให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาเป็นอันดับแรกๆ ด้วยเช่นกัน ก็คาดว่ากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเรียนฟรีก็จะได้รับการพิจารณาไปพร้อมๆ กัน. ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 23 พฤษภาคม 2559
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78937-แนะเรียนฟรี15ปีให้แค่จนรายได้ต่ำ1.5แสน.html