วัน: พฤษภาคม 17, 2016

กำเนิด 4 อาชีพใหม่ไอที อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78848-กำเนิด-4-อาชีพใหม่ไอที.html

โดย…พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ วงรอบของเทคโนโลยีในปีนี้ ถือว่ามีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างว่องไวภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เราจะได้เห็นเทคโนโลยีหลายๆ ชนิด ได้เติบโตและออกสู่ตลาดมากขึ้น ดังนั้นอัตราการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในสาขาวิชาชีพ IT ก็ได้มีการวิวัฒนาการตามเทคโนโลยีออกไปเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าบุคลากรในสายอาชีพใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นก็จะมีความสำคัญต่อองค์กร ยิ่งถ้าหากองค์กรใดที่ไหวตัวตามเทคโนโลยีทัน ก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้ไม่น้อย โดยแน่นอนว่าในปีนี้เราจะได้เห็น 4 สายอาชีพใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในวงการ IT ต่อไปนี้อย่างแน่นอน – Machine Learning Specialist กระแสความตื่นตัวของสายอาชีพนี้มีสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการที่ Google ได้ออก Intelligent Solution ในนาม AlphaGo ออกมาและทำการแข่งขันชนะแชมป์การแข่งขันโกะของโลก ทำให้เกิดกระแสคำว่า Machine Learning มากขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าองค์กรต่างๆ เริ่มหันมาหาวิธีการทำให้ Machine Learning เกิดขึ้นได้จริงในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้องค์กรเองมี Intelligent Platform ในการช่วยงานองค์กรได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่สายอาชีพนี้จะเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวด เร็วในปีนี้อย่างแน่นอน – Cyber security incident responder อีกหนึ่งกลุ่มของสายอาชีพที่ติดลมบนอยู่ในโผ ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Cyber Security ซึ่งจะเป็นแนวการหาผู้เชี่ยวชาญ มาทำการวิเคราะห์ระบบขององค์กรว่าจุดใดที่มีช่องโหว่ และมีความสามารถในการปิดช่องโหว่เหล่านั้น รวมถึงแนะนำและศึกษาช่องโหว่ใหม่ๆ เพื่ออุดรูรั่วขององค์กรได้ แต่ในกลุ่มของสายอาชีพนี้ก็ยังมีแยกเป็นแขนงย่อยๆ ลงไปอีกหลายศาสตร์ นอกจากการป้องกันสำหรับบางองค์กรแล้ว จะต้องสามารถหาแนวทางการรับมือแบบฉุกเฉินหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดจากภัย Cyber ได้ ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่อยู่เหนือการเป็น Cyber Security ทั่วไปอีกขั้นหนึ่ง – Internet of things architect/specialist หากเราจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถล่วงรู้และเข้าใจได้ว่าอุปกรณ์ทั่วโลกสามารถ ต่อกันได้อย่างไร และต่อไปในอนาคตยังสามารถเข้าใจได้ว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะทำให้อุปกรณ์ที่ มีการใช้งานเพิ่มขึ้นในองค์กร หรือความเหมาะสมกับการนำอุปกรณ์ IOT มาใช้งานในองค์กร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็คงจะเท่ไม่น้อย ซึ่งวันนี้หากจะพูดไปแล้ว ประเทศไทยก็ยังมีคนที่เข้าใจระบบของ IOT แบบลึกซึ้งน้อยถึงน้อยมากๆ ดังนั้นการเข้ามาของ IOT ต่อจากวันนี้ไปจึงจะทำให้สายอาชีพนี้มีความต้องการสูงขึ้นเป็นเงาตาม ตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฟันธง!!! – Virtual reality engineer อีกสายอาชีพหนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกลืมไปจากเทคโนโลยีที่สำคัญมากๆ อย่างหนึ่งของโลก คือ VR Engineer ซึ่งทั่วไปคงจะเข้าใจว่าการทำงานในสายอาชีพนี้ เพียงเข้าใจระบบการทำภาพแบบ 3D หรือ 4D และคนส่วนมากก็จะยังเข้าใจว่า VR หรือ Virtual Reality นั้น ส่วนมากจะใช้กับการออกแบบเกมหรือภาพยนตร์เพียงเท่านั้น แต่หากจะพูดถึงความสำคัญจริงๆ แล้วนั้นการใช้เทคโนโลยี VR นั้นมีส่วนช่วยให้การทำธุรกิจหลายๆ อย่างมีความสมบูรณ์มากขึ้น เช่น ธุรกิจการบินที่จะสามารถจำลองสถานการณ์การบินจากระบบดังกล่าวได้ โดยใช้ค่าใช้จ่ายเพียงไม่มาก หรือการก่อสร้างก็สามารถทำ Virtual Presentation ให้กับเจ้าของโครงการ เพื่อนำเสนองานในรูปแบบที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์ ก่อนการใช้งานจริงได้ ซึ่งก็คงจะสร้างความประทับใจให้กับการขายได้อย่างไม่ยากนัก ขอบคุณที่มาจาก โพสต์ทูเดย์ วันที่ 16 พฤษภาคม 2559
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78848-กำเนิด-4-อาชีพใหม่ไอที.html
โฆษณา

โจทย์ที่ท้าทาย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78865-โจทย์ที่ท้าทาย.html

เลาะเลียบคลองผดุงฯ ตุลย์ ณ ราชดำเนิน tulacom@gmail.com งานวิจัย “การประเมินผลนโยบายการกระจายอำนาจของไทยระยะ 15 ปี” ของ ผศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่ได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ระดับดี สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประจำปี 2558 มีสาระสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการควรได้ศึกษา ในช่วงเปลี่ยนผ่านปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรง แต่ในภาพรวม เมื่อเปรียบเทียบกับความคาดหวังของประชาชน รวมทั้งประเมินในแง่ของความตั้งใจ การเอาจริงเอาจังของภาครัฐที่จะส่งเสริมและผลักดันเรื่องการกระจายอำนาจแล้ว น่าจะอนุโลมกันได้ เปรียบเทียบประวัติศาสตร์และประสบการณ์ของประเทศไทยกับประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงประมาณเกือบ 20 ปี ที่เริ่มการ กระจายอำนาจมาพร้อมๆ กัน พบว่าไทยอยู่ในระดับสอบผ่านในระดับหนึ่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จัดบริการสาธารณะได้ค่อนข้างดี ขณะที่เรื่องของการให้อำนาจในเชิงความรับผิดชอบในการบริการเชิงภารกิจ การให้งบประมาณและบุคลากรลงไป ภาครัฐไม่ได้ผลักดันเรื่องนี้เท่าที่ควร ในประเด็นนี้การทำงานของภาครัฐถือได้ว่าอาจจะสอบตก อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความเห็นหรือความพึงพอใจของชาวบ้าน ภาพรวมพบว่าร้อยละ 60 พอใจกับบริการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้เร็วขึ้น คนยากจนได้รับการดูแลที่ดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับระบบเดิมที่ต้องรอจากจังหวัดหรือส่วนราชการภูมิภาค เมื่อมองไปที่การถ่ายโอนบุคลากรลงไปในท้องถิ่น วิจัย ชิ้นนี้พบว่า มีน้อยมากแค่หลักหมื่นคน ในขณะที่คนอีกหลักล้านยังอยู่ที่ส่วนกลาง ขณะที่อินโดนีเซียมีการถ่ายโอนภารกิจบุคลากรลงไปให้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความไม่โปร่งใสของท้องถิ่น ที่ต้องเสริมพลังและกลไกกระบวนการตรวจสอบจากภาคประชาชนให้เข้มแข็งขึ้น เพราะที่ผ่านมาเรามักจะเน้นการตรวจสอบโดยภาครัฐ แท้ที่จริงแล้วคนที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาที่สุด คือ ภาคประชาชน งานวิจัยได้ทิ้งโจทย์ที่ท้าทาย คือ รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการจะดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นภาคีที่ สำคัญในการพัฒนาประเทศและการศึกษาได้อย่างไร ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 17 พฤษภาคม 2559
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78865-โจทย์ที่ท้าทาย.html