วัน: พฤษภาคม 11, 2016

ชำแหละ”กล้องสปาย”สู่ขบวนการทุจริตสอบแพทย์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78799-ชำแหละ-กล้องสปาย-สู่ขบวนการทุจริตสอบแพทย์.html

ชำแหละ‘กล้อง สปาย’เครื่องมือไฮเทคสู่ขบวนการทุจริตโกงสอบแพทย์ : ทีมข่าวอาชญากรรม เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจหลังจากปรากฏข่าวใหญ่กรณี “มหาวิทยาลัยรังสิต” ประกาศยกเลิกการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ (รอบที่ 2) ภายหลังตรวจสอบพบหลักฐาน “ทุจริต” การสอบจากนักเรียนผู้เข้าสอบทั้ง 3 คน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา การเปิดโปงขบวนการโกงข้อสอบครั้งนี้ถูกจับได้เมื่อเจ้าหน้าที่พบพิรุธจากผู้ เข้าสอบคนหนึ่งสวมแว่นตาแปลกๆ ก้านสีดำขนาดใหญ่ได้เดินออกจากห้องสอบก่อนเวลา ผู้ควบคุมสอบจึงขอตรวจสอบพบเห็น “กล้องขนาดเล็ก” หรือ “กล้องสปาย” ติดอยู่ ทั้งนี้เมื่อลองนำไปเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ก็เห็นชัดเจนว่าเป็นข้อสอบ จึงเชื่อว่ากล้องจากแว่นตาดังกล่าวได้ส่งข้อมูลที่เป็นข้อสอบออกไปยังศูนย์ บัญชาการการที่ถูกตั้งขึ้นอย่าง “เรียลไทม์” เมื่อศูนย์ดังกล่าวทำข้อสอบเสร็จก็จะส่งคำตอบกลับมายังนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของ ผู้เข้าสอบ 3 คนที่ถูกจับได้ และเมื่อนำนาฬิกามาตรวจสอบก็พบว่าเป็นข้อสอบที่รอรับคำตอบจากข้างนอก อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าผู้เข้าสอบทั้ง 3 คนนี้มาจากสถาบันกวดวิชาแห่งเดียวกันหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบพบมีเพียงรายเดียวที่ทราบว่ามาจากสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดสิ่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ปักใจเชื่อคือการทุจริต ดังกล่าวมีรูปแบบทำเป็น “ขบวนการ” ด้วย “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” จากทาง “สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง” ที่เรียกเงินจากผู้เข้าสอบสูงถึง 8 แสนบาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังหาหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงสถาบันกวดวิชาดังกล่าว ว่าเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งให้ผู้เข้าสอบทั้งหมดมาสอบใหม่อีกครั้งวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเทคนิคการโกงข้อสอบด้วยเครื่องมืออิเลกคทรอนิกส์จาก “ผู้เชี่ยวชาญ” การใช้กล้องสปาย (ขอสงวนนาม) ได้รับคำอธิบายว่า กล้องสปายหรือกล้องแอบถ่ายที่ติดตั้งในรูปแบบนาฬิกา ปากกา ไฟแช็ก กระดุม หรือแม้กระทั่งแบตเตอรี่สำรอง เป็นกล้องที่เหมาะกับการทำงานด้านการสืบสวนหรือกรณีของนักสืบ ใช้งานได้ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง เช่น ห้องประชุม งานสำรวจราคางานเจรจาต่อรองธุรกิจ มีภาพคมชัด เพราะใช้เลนส์คุณภาพสูง ทำให้ภาพออกมาสีสดใส “ขณะที่แบตเตอรี่ในตัวเครื่องสามารถบันทึกภาพวิดีโอได้นาน 60 นาที รองรับเมมโมรี่ชนิดไมโครเอสดี มีใบการันตีรับประกัน สนนราคาเครื่องละ 2,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่น ยี่ห้อและรูปแบบของกล้องที่ติดตั้งในอุปกรณ์ชนิดต่างๆ มีขายทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะตลาดคลองถม บ้านหม้อ วรจักร ฯลฯ” ด้าน “ผู้จำหน่ายกล้องสปาย” (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) บอกว่า กล้องสปายขายมานานกว่า 10 ปีแล้ว และเคยนำไปใช้หลายครั้ง ภาพที่ได้คมชัดดีไม่มีปัญหา กล้องส่วนใหญ่ที่นำมาขายผลิตในประเทศจีน เพราะราคาไม่สูงมากคนไทยซื้อได้ ถ้าเป็นของประเทศอื่นคุณภาพจะดีมากแต่ราคาก็แพง สมัยก่อนจะมีขายเฉพาะตามร้านค้าเท่านั้น แต่สมัยนี้หาซื้อได้ง่ายทั่วไปตามอินเทอร์เน็ต กล้องสปายหรือกล้องนักสืบจะมีผู้มาสอบถามและหาซื้อเป็นครั้งคราว ซึ่งทางร้านจำหน่ายส่วนใหญ่ไม่ได้นำมาวางโชว์ไว้ จะนำออกมาให้ดูเฉพาะลูกค้าที่สนใจมาสอบถามเท่านั้น “รูปร่างของกล้องสปายก็จะขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานเป็นกรณีไป มีทั้งปากกา แว่นตา กุญแจรถ ฯลฯ กลุ่มที่มาซื้อจากร้าน ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานบริษัทที่ซื้อไปเพื่อทำงานวิจัยหรือติดตั้งเพื่อดู พฤติกรรมของพนักงาน การให้บริการลูกค้า และอีกกลุ่มที่นิยมซื้อใช้คือ งานสายสืบของตำรวจ ตามกฎหมายแล้วบางประเทศการใช้กล้องสปายถือว่าผิด แต่ประเทศไทยการใช้กล้องสปายนั้นไม่มีความผิดเพราะเราดูกันที่เจตนา แต่หากนำไปใช้ในการทุจริตโกงข้อสอบก็ถือว่ามีความผิดอย่างแน่นอน” แหล่งข่าวคนเดิม ให้ข้อมูลต่อว่า กรณีของกล้องแว่นตาและนาฬิกาที่ใช้ในการโกงข้อสอบมหาวิทยาลัยรังสิตตามที่ เป็นข่าวในขณะนี้ เป็นกล้องรุ่น “Camera Eyewear V13” กล้องสปายรุ่นนี้เป็นรุ่นที่นิยมกันมาก เพราะมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับแว่นตาของจริง มีช่องสำหรับใส่ไมโครเอสดีการ์ด มีปุ่มสำหรับกดถ่ายและแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานอย่างต่อเนื่องได้นาน 1 ชม. คุณภาพกล้องเมื่อใช้งานจริงจะมีความคมชัดอยู่ที่ 720p โดยกล้องจะอยู่ทางด้านซ้ายของอุปกรณ์และมีปุ่มสำหรับเปิดทำงานและกดถ่าย ส่วนแบตเตอรี่จะอยู่ทางขาขวาของกล้อง จะเดินสายไฟจากแบตเตอรี่ทางด้านขาขวาของแว่นไปสู่แผงวงจรที่อยู่ทางขาซ้าย กล้องในลักษณะนี้จะไม่สามารถเผยแพร่ภาพสดได้ แต่จะสามารถถ่ายเป็นวิดีโอพร้อมเสียง ส่วนใหญ่กล้องสปายที่ใช้ในประเทศไทยจะมีระบบการทำงานในลักษณะนี้ ซึ่งการใช้กล้องสปายนั้นต้องมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสภาพแสง การใช้งานของแบตเตอรี่ เทคนิคในการใช้งานและความชำนาญ ระยะเป้าหมายกับกล้องแว่นตาที่ต้องการหวังผลจะอยู่ที่ 30-40 ซม.จะให้ความชัดที่ดีที่สุด แต่จากกรณีที่เป็นข่าวเรื่องขนาดของอักษรก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย ถ้าเล็กมากไปจะมองไม่เห็น การใช้กล้องสปายมีทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่กับผู้ที่นำไปใช้ เช่น ตำรวจที่มาซื้อไป ส่วนใหญ่ใช้ในงานสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย การติดต่อล่อซื้อยาเสพติด ขณะที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ต่างนำไปใช้ในทางที่ผิด นำไปส่องใต้กระโปรงผู้หญิงหรือแอบถ่ายในห้องน้ำบ้าง “สำหรับเรื่องการโกงข้อสอบที่เกิดขึ้น ผมเห็นว่า การสอบแต่ละครั้งทางมหาวิทยาลัยควรมีมาตรการในการตรวจสอบที่เข้มงวด มหาวิทยาลัยควรมีเครื่องตรวจอุปกรณ์สิ่งแปลกปลอม ตรวจสอบการติดกล้องที่แว่นตา กระดุม และอื่นๆ อย่างรอบคอบ เพราะการอนุญาตให้นำเอาเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้าไปได้ถือว่ามีความผิด ทางที่ดีควรดำเนินการกับผู้คุมสอบด้วย และที่สำคัญควรตัดสัญญาณคลื่นรบกวนต่างๆ ขณะสอบเพื่อป้องกันการทุจริต” ที่มา คม ชัด ลึก วันที่ 10 พฤษภาคม 2559
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78799-ชำแหละ-กล้องสปาย-สู่ขบวนการทุจริตสอบแพทย์.html
โฆษณา

นายกฯสั่งรมว.ศึกษาฯ แจงปมเรียนฟรี 12 ปี-ขรก.ดูงานตปท.เกินอาเซียนออกเงินเอง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78804-นายกฯสั่งรมว.ศึกษาฯ-แจงปมเรียนฟรี-12-ปี-ขรก.ดูงานตปท.เกินอาเซียนออกเงิ.html

นายกฯ สั่งหน่วยราชการดูงานตปท. ให้เน้นอาเซียนเป็นหลัก ใครไปยุโรป จ่ายเงินส่วนเกินเอง ลั่นไปแล้วต้องเกิดประโยชน์ สั่งรมว.ศึกษา แจงปมเรียนฟรี 12 ปีในร่างรธน.ใหม่ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่สังคมมีความเข้าใจที่คาดเคลื่อน ต่อร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าลดการศึกษาภาคบังคับเหลือเพียง 12 ปีจากเดิมที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กำหนดไว้ 15 ปี ว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว. ศึกษาธิการ ทำความเข้าใจกับสังคมว่าสมัยก่อนนั้นเป็นการประกาศนโยบายโดยพรรคการเมือง แต่ไม่มีอะไรรองรับ วันนี้ในร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้ 12 ปี หมายความว่า อย่างน้อยที่สุด 12 ปี แต่สามารถเกินจากนี้ได้ เพื่อให้สังคมเกิดสบายใจ ทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลต้องการสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาภาค บังคับ เพราะถือว่าการศึกษาช่วยพัฒนาบุคลากรในประเทศ และให้รมว. ศึกษาฯ ไปทำกฎหมายให้ชัดเจนว่ารัฐบาลยังสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาตั้งแต่ ประถมชั้นปีที่ 1 จนถึงมัธยมชั้นปีที่ 6 เหมือนเดิม นอกเหนือจากนั้น ก่อนการศึกษาในระดับอนุบาล ก็มีความสำคัญ โดยในส่วนนี้รัฐบาลจะดูแลด้วย โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นๆ จะต้องช่วยกันดำเนินการ ส่วนงบประมาณที่ดูแลกระทรวงมหาดไทยมีอยู่แล้ว แต่ก็จะให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจรัฐบาล ไม่วิพากษ์ วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ๆ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในครม. นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับเรื่องการเดินทางไปดูงานหรืออบรมยังต่างประเทศของหน่วยงานต่าง ๆ ว่า ถ้าจำเป็นต้องไปดูงานต่างประเทศ ขอให้อยู่ในประเทศกลุ่มอาเซียนบวก 3 คือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน เป็นหลัก ถ้าไปประเทศอื่นนอกเหนือจากนี้ รวมถึงในประเทศแถบยุโรปต้องแจ้งเหตุความจำเป็นว่าผลจากการดูงานใช้ประโยชน์ ได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นายกฯเป็นห่วงเกรงว่าสำนักงบประมาณจะลำบากใจ จึงให้ยึดวงเงินในประเทศอาเซียนเป็นหลัก หากไปประเทศนอกเหนือจากนี้ได้ แต่เงินส่วนต่างที่เกินให้จ่ายเอง ขณะที่เอกชนต้องจ่ายเงินเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐให้เบิกตามหลักสูตร ไม่ควรเบิกตามสิทธิเดิม แต่ให้ใช้หลักสูตรเป็นตัวกำหนด และเมื่อไปแล้วต้องมีผลงานกลับมาแสดงให้สังคมเห็นและหน่วยงานต้นสังกัดที่มี คนไปเรียน หรือดูงาน ต้องนำกลับมาทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหา. ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2559
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/article-78804-นายกฯสั่งรมว.ศึกษาฯ-แจงปมเรียน ฟรี-12-ปี-ขรก.ดูงานตปท.เกินอาเซียนออกเงิ.html